เขียนเรื่องเครียดๆ มาก็มากแล้ว วันนี้ขอเขียนเรื่องสบายๆ สักวันนะครับ เป็นข้อสังเกตที่เกิดจากชีวิตประจำวัน

คำเตือน : เรื่องนี้เขียนขึ้นโดยมิได้มีอคติใดๆ ต่ออาชีพพริตตี้ และ หรือ MC ทั้งยังชื่นชมว่าเป็นอาชีพที่ใช้ความสามารถหลายด้าน เป็นอาชีพสุจริต

----------------

ความเรียงเรื่อง พริตตี้

ทุกครั้งที่ผมเดินเล่นในงานคอมฯ งานรถ งานมือถือ งานวัด หรืองานแสดงสินค้าอะไรก็ตามแต่ ผมมักจะประสบพบเจอกับกลุ่มอาชีพหนึ่ง ที่เรียกได้ว่าจะขาดเสียไม่ได้เลยในปัจจุบัน พวกเธอเป็นตัวชูโรง ตัวชง เป็นผงชูรสให้กับงานเหล่านี้ ให้มันมีความคึกคักครื้นเครง ไม่ธรรมดา ไม่เงียบ ไม่เฉา ไม่เหงา ไม่หงอย

พวกเธอคือ พริตตี้ครับ.. พริตตี้

จริงๆ แล้ว พริตตี้ ที่เป็นผู้ชายก็มีบ้าง แต่คนจะไม่เรียกว่าพริตตี้ แล้วก็ไม่เรียกว่า แฮนด์ซั่ม หรือคิวตี้ หรืออะไรทั้งนั้น จะว่าไปแล้ว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพริตตี้ที่เป็นผู้ชาย เขาเรียกกันว่าอะไร ใครรู้ก็บอกหน่อยนะครับ

นอกจากพริตตี้จะมีไว้ทำพริตตี้อย่างเดียวแล้ว ก็จะมีพริตตี้อีกแบบที่เหนือกว่าพริตตี้ทั่วๆไป เป็นพริตตี้เลเวลอัพ พวกเธอเหล่านี้จะได้พูด จะได้ขึ้นเวทีให้เป็นที่ริษยาต่อพริตตี้อื่น บางคนบางค่ายก็ไม่นับว่าพวกนี้เป็นพริตตี้ แต่จะนับว่าเ็ป็นอีกอาชีพหนึ่งไปเลย จ้างแยก แพงกว่า จ้างอย่า แพงแกว้ก ผวนทำไม

พวกเธอเรียกตนเองว่า MC

คำว่า MC นั้นย่อมาจาก Master of Ceremonies แปลเป็นไทยแบบซับนรกได้ว่า "เจ้าแห่งพิธีการ" โอ้.. ฟังแล้วเหมือนเป็นคุณป้าตัดริบบิ้น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ มันจะออกแนว "พิธีกร" มากกว่า ถ้าหากค้นกันจริงๆ คำว่า MC นี่ ได้ถือกำเนิดมาจากโบสถ์คาทอลิก ตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 15 เลยนะครับ ถ้าอยากอ่านต่อก็ต้องไปวิกิพีเดีย

เมื่ออาชีพพริตตี้เข้ามาบูมในประเทศไทยช่วงแรกๆ เธอเหล่านั้นยังไม่มีคู่มือการเป็นพริตตี้ อาศัยเพียงสันชาตญาณส่วนตัว จะพูดจะจาแต่ละคำ ศัพท์แสงต่างๆ ก็ต้องปั้นแต่งขึ้นมาเอง จะหาเกมมาเล่นกับผู้ร่วมงานทีหนึ่ง ก็ต้องขุดเกมสมัยเด็กๆ มาปัดฝุ่น อาทิ ตี่จับ ซ่อนแอบ หมากเก็บ เรียกว่าใช้ไหวพริบปฏิญาณกันสุดฤทธิ์ น่าชื่นชมยิ่งนัก

อย่างไรก